ZOTAC เปิดตัว GeForce GTX 1080 Mini

ด้วยค่าพลังงานเรทที่ TDP 180W, มันคงอีกไม่นานที่เราน่าจะเห็นขนาดที่เล็กกว่านี้อีกเป็นแน่สำหรับ GeForce GTX 1080 graphics cards. ZOTAC GeForce GTX 1080 Mini จะเป็นการ์ดที่เล็กที่สุดจาก GTX 1080 ณ วันนี้, มีความยาววัดได้ที่ 20 cm, และแผ่่น PCB ยังเล็กกว่านั้นอีก. ทาง ZOTAC ออกแบบตัว cooler และ PCB ที่มีขนาดความยาวไม่เท่ากันแต่มีความกว้างเป็นพิเศษสำหรับตัวครีบความร้อนวัสดุเป็น aluminium ชั้นๆกัน.

cooler หรือตัวทำความเย็นของ ZOTAC GeForce GTX 1080 Mini มีมาพร้อมท่อสื่อความร้อนวัสดุเป็นทองแดงหนาที่ 8 mm สามแท่งด้วยกัน, ซึ่งจะวิ่งผ่านทะลุตัวครีบความร้อน, และจะถูกเป่าด้วยพัดลมขนาด 100 mm สองตัว, และดูเหมือนพัดลมทั้งสองตัวจะเป็นคนละรุ่นกันด้วย. พัดลมตัวที่ติดอยู่ขอบหน้าจะทำงานเงียบกว่า, และมีรอบหมุนต่ำ RPM, ส่วนอีกตัวที่ติดขอบด้านหลังจะมีรอบหมุนที่สูง. มาพร้อมแผ่นปิดการ์ดจอด้านหลัง. พร้อมไฟส่องสว่าง LED-กับคำว่า ZOTAC logo บนขอบด้านบน.

ตัวการ์ดทำ factory-overclocked/เสร็จจากทางโรงงาน ทำ speeds ที่ 1620 MHz core, 1753 MHz GPU Boost, และ 10 GHz (GDDR5X-effective) memory, หากเทียบกับรุ่นต้นฉบับ 1607/1733 MHz. ตัวการ์ดดึงพลังงานจาก 8-pin PCIe power connector. ด้านภาคต่อขยายมี DisplayPorts สามชุดและ HDMI กับ DVI อย่างละชุด.

ที่มา

https://www.techpowerup.com/229512/zotac-geforce-gtx-1080-mini-is-the-worlds-smallest-gtx-1080

https://www.extremepc.in.th/zotac-geforce-gtx-1080-mini/

ภาพยนตร์อนิเมะ Fairy Tail: Dragon Cry เผยทีมงาน และกำหนดฉายในญี่ปุ่น

นิตยสาร Weekly Shonen Magazine ฉบับที่ 12 ของปี ได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมของ Fairy Tail: Dragon Cry อนิเมะภาคมูฟวี่ของ Fairy Tail ว่าภาพยนตร์จะฉายในวันที่ 6 พฤษภาคม 2017 นี้ และมีภาพโปสเตอร์ซึ่งวาดโดยอาจารย์ Mashima Hiro ผู้วาดมังงะต้นฉบับ พร้อมข้อความในโปสเตอร์ว่า “พลังนั้น… คือความหวังหรือการทำลายล้างกันแน่?”

โดยอาจารย์ Hiro ได้วาดสตอรี่บอร์ด 193 หน้า และรับหน้าที่เป็น Executive Producer อีกด้วย

รายชื่อนักพากย์

  • Kakihara Tetsuya พากย์เป็น Natsu Dragneel
  • Hirano Aya พากย์เป็น Lucy Heartfilia
  • Kugimiya Rie พากย์เป็น Happy
  • Nakamura Yuuichi พากย์เป็น Gray Fullbuster
  • Ohara Sayaka พากย์เป็น Erza Scarlet
  • Satou Satomi พากย์เป็น Wendy
  • Horie Yui พากย์เป็น Carla/Charle

นอกจากนี้ในภาพยนตร์จะมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามาสามคนซึ่งจะออกแบบโดยอาจารย์ Hiro ทั้งหมดได้แก่

  • Sonia : หญิงสาวผู้สวยงาม
  • Zash : ขายผู้ดูชั่วร้ายและแข็งแกร่ง
  • Animus : ชายผู้ดูจากเสื้อผ้าเหมือนจะเป็นพระราชา และแสดงออกถึงแรงจูงใจของเขาอย่างเต็มเปี่ยม

ทีมงาน

  • Director : Minamikawa Tatsuma (Aldnoah Zero , Attack on Titans)
  • Script : Yonemura Shoji
  • Chief Animation Director : Yamada Yuuko (Persona 3 the Movie)
  • Charector Design : Yamada Yuuko (Persona 3 the Movie)
  • Composer Music : Takanashi Yasuharu
  • Studio : A-1 Picture
  • Distributung Film : GAGA

Source : ANN via Comic Natalie

ที่มา http://akibatan.com/2017/02/fairy-tail-dragon-cry-anime-film-reveals-characters-visual/

[Special] รวม 5 เหตุผลสุดจี๊ด ที่จะทำให้คุณอยากเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ ในงาน Commart 2017

ผมเชื่อว่าหลายคนมีเหตุผลไม่เหมือนกันในการที่จะเปลี่ยนโน้ตบุ๊กใหม่ บางคนอยากเปลี่ยนแต่ไม่มีงบประมาณ แต่บางคนก็แค่อยากได้มาใช้งานได้ดีขึ้น แต่อาจต่างจากหลายคนที่ชื่นชอบของใหม่เป็นชีวิตจิตใจ อย่างไรก็ดี การเลือกที่จะทนใช้โน้ตบุ๊กตัวเก่า ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพียงแต่บางทีถ้ามีผลกระทบต่องานที่ทำหรือในชีวิตประจำวัน การเลือกที่จะเปลี่ยน น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ในวันนี้เราจึงอยากหาเหตุผล 5 ข้อ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกเปลี่ยนใจอยากมาใช้โน้ตบุ๊กเครื่องใหม่

 

1.อยากได้แรงสุดติ่งหรือเบาแค่ไหน เลือกใช้ได้ตามใจชอบ : ถ้าโน้ตบุ๊กเดิมๆ ที่คุณใช้มันช้ามากมาย แค่โอนไฟล์หรือเล่นเกมออนไลน์ ก็กระตุกเป็นระยะแล้ว อยากจะทนใช้หรือทนไหว ก็ลองดู แต่ถ้าคุณลองหันมาดูโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ เช่น Dell Alienware, HP Omen, ASUS ROG, Acer VX series หรือ Lenovo Y series ที่มากับความแรง Intel Core i7 กราฟฟิกการ์ด GTX1050 Ti พร้อมใส่ SSD มาด้วย รับรองว่าสิ่งที่จะขัดใจในการทำงานหรือเล่นเกมจะหายไปในทันที

หรือถ้าคุณชอบหอบหิ้วงานไปไหนมาไหนด้วย จะเลือกโน้ตบุ๊กบางเบา แทนเครื่องเดิมที่หนักกว่า 2Kg ก็มีทางเลือกมากมาย เช่น ASUS Zenbook, HP Elite, Lenovo IdeaPad หรือจะเป็น Acer Swift ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะบางและเบา ทำให้คุณแบกน้อยลงครึ่งหนึ่ง แต่แรงขึ้นเกือบเท่าตัว ไม่ต้องกลัวกินไฟ ใช้ได้นานๆ อีกด้วย

Yoga 900-32

2.เปลี่ยนโหมดใช้งานแบบต่างๆ ได้ สะดวกกว่าเดิม : ถ้าหากคุณเบื่อกับโน้ตบุ๊กเดิมๆ ที่กางหน้าจอออก เปิดทำงานแล้วพับเก็บ จะเอามาใช้งานอย่างอื่นก็ลำบาก เช่น อยากดูแนวตั้ง พับหน้าจอได้ หรือตั้งไว้สำหรับดูหนัง เมื่อคุณลองได้สัมผัส Convertible Notebook แล้วล่ะก็ ต้องอยากเปลี่ยนขึ้นมาทันใดแน่นอน เพราะคุณจะสามารถเล่นกับโน้ตบุ๊กในรูปแบบต่างๆ ได้

ไม่ว่าจะเป็นพับให้กลายเป็นแท็ปเล็ตหรือตั้งวางเป็น Tent mode เมื่ออยากใช้นอนดูหนังบนที่นอนหรือจะกาง 180 องศาสำหรับใช้นั่งดูในโต๊ะประชุมเล็กๆ ก็ทำได้ โน้ตบุ๊กเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น Lenovo Yoga, ASUS Transformer Book, HP Pavilion x360 เป็นต้น

lenovo-yoga-910-inside-3

3.บูทเครื่องเร็ว ทำงานไว โอนถ่ายข้อมูลและเข้าเกมได้เร็วขึ้น : อยากที่กล่าวไว้ในข้อแรก ว่าคุณจะได้ของที่แรงขึ้น ตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แต่ผลที่ได้คืออะไรบ้าง อย่างแรกๆ เลยคือ ถ้าคุณเคยโยนไฟล์หรือย้ายข้อมูลจากพาร์ทิชั่นภายในหรือต่อ Ext. HDD ก็ตาม ความเชื่องช้าก็มีให้เห็น แต่สำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ

ที่มาพร้อม SSD กับความเร็วประมาณ 500MB/s หรือ M.2 NVMe ที่ให้ความเร็วระดับ 2500MB/s เมื่อจับคู่กับ USB 3.0 ก็ทำให้ใช้เวลาโอนถ่ายลดน้อยลงมาก ยิ่งถ้าเป็นการบูตเครื่องหรือเปิดเข้าเกม ยิ่งเห็นได้ชัด จนคุณรู้สึกว่า น่าจะเปลี่ยนมาตั้งนานแล้ว

Lenovo ThinkPad P40 Yoga Review-65

4.จอภาพที่คมชัด สัมผัสได้ : ถ้าคุณยังแฮ้ปปี้กับหน้าจอ HD 1366×768 ก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าวันไหนคุณอยากจะใช้ทำงานแต่งภาพ เปิดดูวีดีโอความละเอียดสูงหรือตรวจกราฟฟิกสวยๆ ที่ลูกน้องคุณส่งมาให้ดู ก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมทุกอย่างดูไม่ชัด รายละเอียดไม่ตรงใจ เล่นเกมภาพก็แตกหรือหลอน อย่าเพิ่งไปโทษอย่างอื่น เพราะต้องยอมรับว่าโน้ตบุ๊กคุณแสดงผลได้เท่านั้น

ถ้าให้ดีว่างๆ ลองไปเดินดูตามห้างหรือในงาน Commart แล้วไปเปรียบเทียบหน้าจอรุ่นใหม่ๆ ดูจะรู้ว่า หน้าจอแบบ Full-HD, 2K หรือ 4K รวมถึงมาพร้อมเทคโนโลยีแบบ (-Sync) ต่างๆ จะทำให้คุณตะลึงไปกับความงามและความลื่นไหลเนียนๆ เลยทีเดียว บางรุ่นยังเป็นแบบทัชสกรีนอีกด้วย แตะๆ เลื่อนๆ สนุกกว่าเยอะ

Commart-tour-SpecPhone-1-1024x682-640x426

5.ดาวน์น้อย ผ่อนนาน แถมมี Cashback : ไม่ว่าจะเป็นตามหน้าร้าน ห้างไอทีหรืองานอีเวนต์ต่างๆ อย่างเช่น Commart ที่กำลังจะมาถึง มักจะมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่ซื้อของในงานให้เลือก ตั้งแต่ส่วนลด ผ่อน 0% ยาวๆ หรือจะเป็นแคชแบ็ค ที่เรียกว่าคืนเงินให้ เมื่อรูดใช้บัตรเต็มจำนวน ให้คุณผ่อนได้สบายๆ ไม่ตึงมือ คุณก็ได้โน้ตบุ๊กใหม่มาใช้ ทั้งที่ยังไม่ต้องจ่ายงวดแรกเลยด้วยซ้ำ แถมยังมี Cashback ให้ บอกเลยว่าให้ใจแข็งแค่ไหน ก็อาจจะจ่ายได้แบบไม่รู้ตัว

commart-work-2016-20

ทั้งหมดนี้คือ ไม่ได้หมายความว่า ยกแม่น้ำทั้ง 5 มาให้คุณเลือกเปลี่ยนโน้ตบุ๊ก แต่กำลังบอกว่า ถ้าโน้ตบุ๊กที่คุณใช้อยู่เริ่มไม่ไหวหรือส่งผลกระทบต่อการทำงานด้วยแล้ว บางทีไม่ต้องทนถึงขนาดนั้น นึกว่าถ้าฝืนใช้ไปนานๆ แล้วส่งผลเสีย เช่น จอพัง ฮาร์ดดิสก์เสีย งานที่คุณมีหรือเวลาที่กำลังเร่งรีบ อาจทำให้งานคุณเสียเปล่าหรือเสียหายไม่น้อย ยังไม่รวมถึงเวลาและคุณค่าทางจิตใจ ทางเลือกในการเปลี่ยนโน้ตบุ๊กใหม่ยังน่าสนใจกว่า

สำหรับใครที่กำลังมองหา ก็แนะนำว่าลองไปชมกันที่งาน Commart Connect 2017 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 16 มี.ค. 2017 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รับรองว่ามีให้คุณเลือกมากมาย หรือจะลองหาข้อมูลโน้ตบุ๊กตัวโปรดไว้ในใจก่อนไปงานก็ได้ที่ Notebookspec.com

 

ที่มา https://notebookspec.com/notebook-5-upgrade-change-new-notebook-commart/388584/

iPhone 6 32GB รับสิทธิพิเศษมูลค่ากว่า 2,500 บาท

iPhone 6 กลับมาอีกครั้ง พร้อมความจุใหม่ 32GB รับส่วนลดและสิทธิพิเศษรวมมูลค่ากว่า 2,500 บาท

  • ต่อที่ 1 รับส่วนลดค่าเครื่อง 1,000 บาท เหลือเพียง 16,900 บาท ราคาปกติ 17,900 บาท
  • ต่อที่ 2 รับส่วนลด Case ยี่ห้อ POWER SUPPORT เหลือเพียง 390 บาท ราคาปกติ 1,090 บาท*
  • รับส่วนลด ฟิล์มกระจก เหลือเพียง 390 บาท ราคาปกติ 790 บาท
  • รับส่วนลด POLAROID LENS เหลือเพียง 190 บาท ราคาปกติ 590 บาท

ลดเพิ่มอีก 6,000 บาท เมื่อเปิดเบอร์พร้อมแพคเกจทรูมูฟเอช 499 บาท พร้อมจ่ายล่วงหน้า 3,210 บาท สัญญา 12 เดือน

*เฉพาะรุ่น Power Support Casing for iPhone 6/6S 4.7inch Air Jacket Clear Matte เท่านั้น

พบกันที่ Studio 7 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2560

 

ที่มา http://www.studio7thailand.com/promotions/iphone-6-32gb-no-contract-march-2017/

Nissan GT-R หนึ่งเดียวในไทยกับพาร์ท Liberty Walk จาก Infinite Motorsport

Nissan GT-R หนึ่งเดียวในไทยกับพาร์ท Liberty Walk จาก Infinite Motorsport

 

LB*PERFORMANE & INFINITE MOTORSPORT

สวัสดีครับเพื่อนๆชาว BoxzaRacing ทุกท่านวันนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับ Nissan GT-R หรือชื่อในทางเทคนิคคือ R35 รถยนต์ที่ถูกขนานนามว่า Supercar Killer เนื่องจากมีเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ขับเคลื่อสี่ล้อ (AWD) โดยเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2007 และเป็นรถ Supercar ไม่กี่คันที่มาจากประเทศญี่ปุ่นและสามารถเทียบชั้นกับ Supercar จากประเทศยุโรป เช่น Ferrari, Lamborghini, Porsche ได้ ซึ่งทำให้ภาพพจน์ Supercar จากประเทศญี่ปุ่นดูสูงขึ้นมาทีเดียว และ Nissan GT-R ยังเป็นรถที่ได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊ค ปี 2011 ว่าเป็นรถยนต์ 4 ที่นั่งที่มีอัตตราเร่งเร็วที่สุดในโลกอีกด้วย (Fastest 0–60 mph acceleration by a four seater production car) ซึ่งวันนี้ RacingMagazine จะพาทุกท่านไปพบกับ Nissan GT-R หนึ่งเดียวในไทยกับชุดแต่ง Liberty Walk ของ คุณณัชพล หรือ คุณนิว Infinite Motorsport ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย Liberty Walk หนึ่งเดียวในไทยอีกด้วยครับ สำหรับรายละเอียดละเอียดในการตกแต่งจะเป็นอย่างไร อลังการขนาดไหน เราไปชมพร้อมๆกันเลยครับ

ภายนอก


รถคนไทย โลเคชั่นไทย ที่สุดในประเทศไทย

          เริ่มจากภายนอกกันก่อนเลยครับ Nissan GT-R นั่นใช้เวลาในการออกแบบนานถึง 4 ปี โดยอาศัยก่อนปั้นดินเหนียวและใช้การวาดภาพแบบจุดต่อจุด ซึ่งออกแบบโดย Hiroshi Hasegawa ที่ต้องการให้สื่อถึงเค้าโครงเดิมและสายพันธุ์เดิมของ GT-R อย่าง Nissan Skyline นั่นเองครับ ซึ่งเมื่อ คุณนิว ได้ครอบครองเจ้า Nissan GT-R คันนี้แล้วนั้นก็ไปสะดุดตากับชุดพาร์ท ที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดในขณะนี้อย่าง Liberty Walk นั่นเองครับ จึงได้ทำการแปลงโฉมเจ้า GT-R คันนี้ด้วยชุดพาร์ท  Liberty Walk ซึ่งใช้เวลาในการรอชุดพาร์ทถึงหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งประกอบไปด้วย กันชนหน้า สเกิร์ตหน้า โป่งซุ้มล้อหน้า โป่งซุ้มล้อหลัง สเกิร์ตหลัง และ สปอร์ยเลอร์หลัง และการจะดัดแปลงไปใส่พาร์ท Liberty Walk นั้นจะต้องตัดตัวบอดี้ในส่วนของซุ้มล้อหลังทิ้งซึ่ง คุณนิว ก็ได้ทำการเจิมรถตัวเองก่อนเลยละครับ คงจะลำบากใจน่าดูเลยทีเดียว

ภายใน


ภายในที่ยังคงความเดิมๆไว้
ในส่วนของห้องโดยสาร Nissan GT-R เป็นรถสปอร์ตมาตั้งแต่กำเนิดมาอยู่แล้ว การออกแบบภายในจึงถูกออกแบบมาให้มีความเป็นรถสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางตำแหน่งเบาะคนขับ หรือเรือนไมล์ต่างๆ และแผงคอนโซล ที่ถูกออกแบบให้เป็นสีดำสนิททั้งหมด ตัดเย็บด้วยความประณีต เบาะที่นั่งและแผงข้างประตูรวมไปถึงพวงมาลัยแบบสามก้านถูกหุ้มด้วย Alcantara เพื่อความหรูหราแต่ยังคงความเป็นรถสปอร์ตพร้อมกับเบาะที่โอบกระชับกับสรีระทำให้มีความรู้สึกกระชับในยามขับขี่และยังเสริมความมั่นพร้อมแต่ก็ยังมีความนุ่นสบายไม่ทำให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวครับ

เครื่อง


VR38DETT 580แรงม้า

          เปิดฝากระโปรงมาถูกในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้าง Nisan GT-R นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ VR38DETT ขนาดความจุด 3.8 ลิตร Twin Turbo ที่ให้กำลัง 478 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ และแรงบิดสูงสุดที่ 588 นิวตันเมตร ในช่วง 3,200-5,200 รอบ นั่นเองครับ ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกประกอบที่เมืองโยะโกะฮะมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยในห้องประกอบเครื่องยนต์จะถูกควบคุมความสะอาดเป็นพิเศษและใช้แรงงานคนในการประกอบทั้งหมดครับ โดยคุณนิวได้ทำการโมดิฟาย ด้านความแรงเพิ่มเคิมอีกนิดหน่อย โดยการเปลี่ยนกรองอากาศของ HKS และโบออฟวาล์วจาก Sard ตามด้วยอัพเกรดระบบไอเสียด้วยปลายท่อที่ยังไม่มีใครทำมาก่อนอย่าง Fi Exhaust ที่เป็นทองคำ ที่ผลิตเป็นชุดที่ 2 ของโลกและเป็นชุดแรกที่ออกขายให้คนทั่วไปเพราะท่อไอเสียชุดแรกที่ถูกผลิตนั้นถูกเก็บไว้ที่โรงงานนั่นเองครับ  นอกจากนั้นยังอัพเกรดระบบน้ำมันใช้ปั้มติ๊กจาก Bosch และเปลี่ยนกล่องสมองกลหรือกล่อง ECU ไปใช้ของ Cobb และขยับบูสต์ขึ้นเป็น 1.3 บาร์ และจูนใหม่ซึ่งปั่นแรงม้าออกมาได้ถึง 580 แรงม้าทีเดียวครับ

ช่วงล่าง


Forgiato & Airrex Suspension
มาดูในส่วนของช่วงล่างกันบ้างครับ สำหรับช่วงล่างที่มารับหน้าซับแรงกระแทกจากพื้นถนนและยังต้องตอบโจทย์ในด้านของความเตี้ยของพาร์ท Liberty Walk คันนี้เป็น Air Suspension จาก Airrex ซึ่งเป็น Air Suspension จากประเทศอังกฤษ นั่นเองครับ ซึ่ง คุณนิว ได้ทดลองขับในความเร็วประมาณ 240 กม/ชม ก็ยังสามารถขับขี่ได้เป็นอย่างดีครับ เสริมหล่อให้เจ้า Gt-R คันนี้กันต่อด้วยล้อ Forgiato จากอเมริกา ขนาด 20 นิ้ว ออฟเซทสุดตารางที่ -92 และใน 1 แบบ 1 ลายนั้นสามารถสั่ง Custom Made ได้ถึง 50 อย่าง เช่น สีล้อ สีขอบล้อ หมุดต่างๆ ซึ่งใช้เวลารอถึง 6 อาทิตย์เลยทีเดียวครับ ซึ่งคันนี้สั่ง Custom เป็นล้อสีดำด้านแต่ขอบล้อนั้นเป็นสีดำเงา รัดด้วยยาง TOYO R888 หน้า 285/30 หลัง 315/30 ซึ่งเหมือนกับการเอายางหลังเดิมของ GT-R ไปใส่ไว้ในด้านหน้าเลยละครับ ในส่วนของระบบเบรกนั้นก็ยังคงใช้เป็น Brembo 6 pot ทางด้านหน้า และ 4pot ทางด้าน หลังซึ่งยังเป็นของเพิ่มโรงงานอยู่แต่มีการเปลี่ยนจากเบรคไปใช้ของ Endless และ ผ้าเบรคคุณภาพอย่าง Project mu ครับ

อื่นๆ


Rolling with Liberty Walk

          เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ Nissan GT-R กับพาร์ท Liberty Walk หนึ่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งโปรเจคนี้นั่นเกิดจากเพื่อนรัก 4 คน โดยมี คุณนิว คุณโอ๊ต คุณนิค และ คุณเงาะ ซึ่งได้รู้จักกันโดยบังเอิญและมาเป็นเพื่อนรักกันจนมาถึงปัจจุบันครับ ซึ่งก็อยากที่เกริ่นไปในตอนต้นนะครับว่าตอนนี้ คุณนิวและเพื่อนๆได้เป็นตัวแทนจำหน่ายของ Liberty Walk หรือ LB Performance ไปเรียบร้อยแล้วผ่านทาง Infinite Motorsport ใครที่สนใจพาร์ท Liberty Walk ไม่ว่าจะเป็น BMW E92 Nissan GT-R หรือ Lamborghini Aventador หรือจะเป็นรุ่นอื่นๆ ก็สามารถสั่งผ่านทาง Infinite Motorsport ได้แล้วละครับ สำหรับครั้งหน้าเราจะไปชม รถแข่ง รถแต่ง รถสวย แบบไหนสไตล์ไหนอีก ก็ต้องติดตามกันนะครับ วันนี้คงต้องลากันไปก่อนแล้ว ขอบคุณและสวัสดีครับ
TechSpec
ภายนอก
  • ชุดแต่ง – Liberty Walk

เครื่องยนต์

  • เครื่องยนต์ – VQ38DETT
  • ท่อ – Fi Exhaust

ช่วงล่าง

  • โช๊คอัพ – Airrex
  • ล้อ – Forgiato

ที่มา http://car.boxzaracing.com/magazine/9047

รีวิว : Fate/Grand Order เปิดตำนานสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์บนมือถือ

เป็นอีกเกมนึงที่สร้างขึ้นมาจามการ์ตูนดังที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลกอย่าง Fate ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ทำออกมาหลายภาคมาก นอกจากนี้ยังเคยถูกนำไปสร้างเป็นเกมบนเครื่อง PSP มาแล้ว เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของค่าย TYPE-MOON เลยก็ว่าได้ และในตอนนี้การ์ตูนเรื่อง Fate ก็ได้กลายมาเป็นเกมมือถือแล้วภายใต้ชื่อว่า Fate/Grand Order ซึ่งในบทความนี้ผมก็จะมาแนะนำเกมนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกันนะครับผม ตามผมมาดูกันเลยสามารถโหลดเกมได้ที่นี้ 

* ตอนนี้มีเพียง Android เท่านั้น iOS รอก่อนแต่คาดว่าอีกไม่นาน

ช่องทางอื่นๆ

* Qoo App

จุดเด่นของเกม Fate/Grand Order

– ดึงเอาทุกอย่างของจักรวาล Fate มาใส่ไว้ในเกมเดียว

เขียนขึ้นมาแบบ เพื่อนๆ ที่ไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ อาจจะงงๆ อยู่บ้าง ต้องบอกก่อนเลยว่าการ์ตูน Fate มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน และมีหลายภาค ทำให้เกมนี้มีตัวละครหรือที่เรียกกันว่า Servant เยอะมากๆ ขยายต่อ Servant หากเปรียบเทียบกับเกมทั่วไปคือ ตัวละคร ลูกน้องเรา หรือสัตว์อัญเชิญอะไรประมาณนั้น จะแบ่งออกเป็นคลาสๆ ได้แก่ Saber ( คลาสที่เก่งที่สุดในการ์ตูน เพราะคลาสนี้คือนางเอก 555 ) , Archer , Lancer , Caster , Assassin , Rider , Berserker และคลาสสุดท้าย Shielder ซึ่งแต่ละคลาสก็จะเหมือนตัวแทนของสุดยอดวีรชน/ทรชน/ทรราชย์ ชื่อดังในตำนานหรือนิยายต่างๆ ยกตัวอย่างนางเอกและเหมือนเป็นตัวชูโรงของการ์ตูนเรื่องนี้อย่าง Saber ก็คือ King Arthur ผู้ครอบครองดาบ Excalibur นั้นเอง

– เนื้อเรื่องที่เขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

เนื้อเรื่องของเกมนี้ ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยจะเกี่ยวกับการย้อนเวลาหา Saber กำ ไม่ใช่ ย้อนเวลาไปยังช่วงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วง สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ คล้ายกับ Final record keeper โดยเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับสงครามและต่อสู้เพื่อคลายปมของเนื้อเรื่องให้ได้ บางช่วงถ้าใครอ่านภาษาญี่ปุ่นออกจะรู้เลยว่ามันดราม่ามากๆ ขนาดอ่านไม่ออกยังรู้สึกได้ 555

– การเล่นต่อสู้แบบ Turn-Based

การต่อสู้ของเกมนี้ผมค่อนข้างสนุกกับมันนะ เกมนี้จะแบ่งการต่อสู้ออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของ Master หรือตัวเราที่จะมีสกิลคอยสนับสนุน เหล่า Servant และ Servant ก็มีสกิลเช่นกัน แต่ละสกิลก็จะมี Cool Down และระยะเวลาของผลลัพธ์ รวมไปถึงเป้าหมายเดียวหรือหมู่

– ระบบแพ้ทาง Servant

อันนี้สำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องปกติของเกมแนวๆ นี้ แต่ที่มันเด็ดเพราะว่ามันไม่ได้มีการแพ้ทางแค่รูปแบบเดียวแต่มีถึง 4 แบบด้วยกันคือ

1. คลาส Shielder จะไม่แพ้ทางและไม่ชนะทางคลาสไหนทั้งนั้น

2. Berserker ชนะและแพ้กับทุกคลาส ยกเว้น Shielder ( คลาสนี้แพ้ชนะขึ้นอยู่กับสกิลและการ์ดคอมโบ )

3. Saber จะชนะ  Lancer, Lancer ชนะทาง Archer และ Archer ชนะทาง Saber ( วนกันเป็นวงกลม )

4. Rider ชนะทาง Caster, Caster ชนะทาง Assassin, และ Assassin ชนะทาง Rider ( วนเป็นวงกลมเช่นกัน )

– ระบบคอมโบ

การโจมตีของเกมนี้ ส่วนสำคัญที่สุดคือการคอมโบการ์ดรูปแบบ ต่างๆ โดยเกมนี้จะแบ่งการ์ดออกเป็น 3 สายคือ Arts (เพิ่ม NP), Quick (เพิ่ม Star), Buster (เพิ่มโจมตี) ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้ในการเลือกโจมตีถ้าเลือกสีเดียวกันจะได้โบนัสเพิ่มเป็นพิเศษ แถมถ้าเลือกการโจมตีจากตัวละครเดียวกันจะเกิดการโจมตีพิเศษเพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้ง และถ้ามันสอดคล้องกับสีเดียวกันมันจะยิ่งทวีคูณ

จุดด้อยของเกม Fate/Grand Order

– สุ่มตัวละครยากมากกกกกกกก

เป็นอีกเกมนึงที่่สุ่มตัวละครยากสุดๆ เล่นไปหลายรอบแล้วก็ยังไม่ได้ได้ตัวดีๆ ฮือๆ จะโทษดวงอย่างเดียวก็อาจถูกแต่บางทีก็อยากจะส่งจดหมายไปบอกทีม Dev. เกมนี้มากๆ ว่าขอ 4 ดาวสักตัว Pls!!! T-T

– ไม่มีระบบ Auto

คนที่ชอบสาย Auto อาจจะไม่ชอบก็ได้ เพราะเกมนี้เป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดในการเลือกการ์ดระดับ ซึ่งมันทำให้ไม่มีระบบ Auto คนที่ไม่มีเวลาหรือเวลาน้อย อาจจะเล่นไม่สะดวกสักเล็กน้อย

สรุป 9 เต็ม 10 คะแนน

โดยรวมแล้วเกมนี้เป็นเกมที่ตอบโจทย์แฟนๆ ของการ์ตูนเรื่องนี้อย่างยิ่งเพราะมันอัดแน่นไปด้วยเนื้อเรื่องของการ์ตูนที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ รวมไปถึง Servant ที่ขนกันมาเป็นกองทัพ สำหรับคนที่ไม่ได้ชอบการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถเล่นได้แบบสบายๆ เพราะรูปแบบการต่อสู้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ถึงจะอ่านไม่ออกก็สามารถเล่นได้อย่างสบายๆ ข้อเสียเรื่อง Auto นั้นถ้าไม่คิดอะไรก็เล่นได้ ส่วนเรื่องสุ่มตัวละคร อยู่ที่เพื่อนๆ แล้วว่าดวงจะแข็งเท่าไหร่ 5555

 

ที่มา https://droidsans.com/node-192099/

TOP (SECRET) VIEW : All You Can See with 827 PS by GT Tuning

รื่อง: อินทรภูมิ์ แสงดี / ภาพ: ธัญญนนท์ แสงภู่

โปรย : TOP (SECRET) VIEW

All You Can See with 827 PS by GT Tuning                    

                สำหรับ NISSAN GT-R (R35) ก็คงไม่ต้องพูดถึงกันมากนักในด้าน “สมรรถนะ” ที่มีให้สูงในระดับ Super car รวมไปถึง “ความนิยม” ในการตกแต่ง โมดิฟาย ในรูปแบบต่างๆ ณ ตอนนี้ R35 มีการพัฒนาในการโมดิฟายจนมีแรงม้ามากกว่า 1,500 PS ซึ่งบางสำนักก็เคลมไว้มากกว่านั้นอีก เรียกว่า “ขนหัวลุกของจริง” ย้อนมาถึงรถคันนี้ แม้จะดูเรียบๆ แต่ “ทรงเครื่อง” ไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นของแต่งต่างๆ แบบเก็บ Detail แทบทุกจุด จากหลายสำนัก แต่นำมา Mix & Match กันให้มันส์สะใจ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกตามใจอยากจะได้ ส่วนการโมดิฟายเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง จะเป็นหน้าที่ของ GT Tuning ถนนกาญจนาภิเษก เป็นผู้ลงมือจัดการความแรงทั้งหมด…

02

  • ชุดพาร์ท Top Secret ที่มาแบบลงตัวแนว “พอดี” (ส่วนใครจะชอบแบบ “อลังการ” ก็อีกเรื่องหนึ่ง) ซึ่งคันนี้จะเน้นการดักลมเข้าเป่าบรรดา Oil Cooler ชนิดต่างๆ เพื่อระบายความร้อนให้กับน้ำมันหล่อลื่นในการขับความเร็วสูง

Blah Blah Blah with R35

เชื่อว่าหลายคนก็คงได้อ่านเทคนิค หรือเรื่องราวอันน่าสนใจของ R35 ไปกันบ่อยแล้ว ตอนนี้จะเขียนเหมือนเดิม ผู้อ่านก็คงจะด่าผมเอาได้ ก็เลยหาเรื่องเอาสารพันข้อน่ารู้ และข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้งาน R35 ว่าทำอย่างไรถึงจะ “ถูกต้อง” เพื่อไม่ให้ระบบของตัวรถเกิดการเสียหาย หรือใช้งานได้ไม่เต็มสมรรถนะ ลองดูตามนี้ครับ…

  • จุ๊บเติมลมยางของ R35 โดยปกติจะเป็นแบบที่สามารถ “ส่งสัญญาณวัดแรงดันลมยางเข้าสู่ Module ที่ตัวรถได้” เพื่อบอกแรงดันลมยางแบบ Real Time แยกแต่ละล้อ ที่จุ๊บลมจะมีถ่านกระดุมเพื่อเป็นต้นกำเนิดพลังงานไฟฟ้า และมีเซ็นเซอร์วัดแรงดันลมยาง เมื่อเปลี่ยนล้อใหม่ ก็จะต้องใช้จุ๊บลมที่ส่งสัญญาณได้ด้วย ไม่งั้นจะเกิด Error Code ขึ้นที่ระบบ และมีไฟโชว์รูป “ยางแบน” ขึ้นที่หน้าปัด อันนี้จะโชว์เฉยๆ ไม่ได้ตัดการทำงานอะไรออกไป เพียงแต่ว่าเมื่อทิ้งไว้นานๆ แล้วเรากลับมาใส่จุ๊บลมที่บอกค่าแรงดันลมยางตามมาตรฐานของรถ ก็จะต้อง Register ให้มัน Sync กับระบบที่ตัวรถก่อน หรือการเปลี่ยนจุ๊บลมอันใหม่ (กรณีเปลี่ยนล้อใหม่) ก็ต้อง Register แบบนี้เหมือนกัน…
  • การจอดรถ ดับเครื่อง ควรจะ “ตั้งพวงมาลัยให้ตรงทุกครั้ง” เพื่อให้พวงมาลัยล็อกตามปกติ แต่ถ้าดับเครื่องและตั้งล้อไม่ตรง ตัวล็อกพวงมาลัย (Steering Lock Assy) จะเกิดปัญหาขึ้นได้ ในรุ่นหลังๆ ก็จะมีการแก้ไขระบบนี้ให้ดีขึ้น (ตัวล็อกหน้าตาไม่เหมือนกัน) แต่ยังไงก็ตาม ควรจะตั้งพวงมาลัยตรงตอนจอดจะดีที่สุด เพื่อป้องกันปัญหา…
  • การบำรุงรักษาตามระยะทาง (Service Interval) ควรจะต้องทำอย่างเคร่งครัดตามที่คู่มือได้กำหนดไว้ อย่าปล่อยหรือละเลยเกินระยะ เนื่องจากว่า R35 มันต้องมีการ “ปรับตั้งค่าความห่างของผ้าคลัตช์ในระบบเกียร์ GR6” (Clutch Clearance Calibrate) อยู่เสมอ โดยเครื่องมือเฉพาะทาง ซึ่งไม่ต้องถอดรื้อเกียร์หรอกครับ เพราะในกล่องคุมเกียร์ มันจะมีบันทึก Clearance ที่ใช้อยู่เอาไว้ ซึ่งมันก็จะคลาดเคลื่อนไปตาม “การสึกของผ้าคลัตช์” พอเข้า Service ก็จะสามารถเซ็ตระยะ Clearance ใหม่ให้เหมาะสมได้ เรียกว่า “ตั้งทดแทนกัน” นั่นเอง ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ ไม่ตั้ง ผ้าคลัตช์และระบบเกียร์อาจจะมีปัญหา เช่น กระตุก หรือไม่ก็เกียร์พัง คลัตช์ลื่น ตามมาครับ…
  • ระบบประหลาดๆ ของ R35 ก็จะมี คือ Bonnet Hood Pop-up มันเป็นระบบ Safety ที่ติดตั้งอยู่แถวขาฝากระโปรงหน้าทั้งสองฝั่ง เมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า ระบบนี้จะ “ยกท้ายฝากระโปรงขึ้นประมาณ 1 คืบเศษ” เพื่อป้องกันฝากระโปรงกระแทกกระจกหน้าจนแตก จริงๆ ระบบที่ว่านี้มันก็ดีนะครับ เพียงแต่มันมีปัญหาตรงที่ว่า Sensitive ไปหน่อย เวลารถตกหลุมแรงๆ มันเสือก “ลั่น” ทำงานขึ้นมาเฉยเลย “คนขับก็จะมองไม่เห็นทาง” มันออกมาโดยไม่ใช่จากการชน จะเสียหายหลายกะตังค์ ทั้งชุด Airbag 2 ใบ และกล่องควบคุม ราคารวมกัน “แสนกว่าบาท” หลายคันรวมถึงคันนี้จึงต้องเอาระบบนี้ออก ซึ่งจะมี “ตัวคร่อมสัญญาณ” ยกเลิกระบบนี้ขายในเว็บ หรือสำนักแต่งต่างๆ ด้วย (ซึ่งก็จะมียกเลิกระบบ Airbag ผู้โดยสาร สำหรับรถที่ใช้แข่ง) เพื่อหลอกสัญญาณว่า Airbag ยังมีอยู่ แต่ยังไงก็ตาม ระบบนี้มันก็เป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีนะครับ ไม่ใช่ของเขาไม่ดีนะ อย่าเข้าใจผิด แต่ว่าจะถอดหรือไม่ถอดนั้น “แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล” ก็แล้วกันครับ…
  • รถปี 2010 กับรถปี 2011 มีส่วนต่างกันพอสมควร เหมือนกับเป็นการ “เปลี่ยนยุคและพัฒนา” ถ้าจะซื้อมือสองก็ควรจะหาปี 2011 ขึ้นมาจะดีกว่า จุดที่พัฒนาก็มีหลายอย่าง เช่น “ช่วงล่างหน้าเปลี่ยน Geometry ใหม่ทั้งหมด” ดูจะเหมือนแต่ “ไม่เหมือน” ไม่สามารถใช้ร่วมกันกับของปี 2007-2010 ได้ “เบรกหน้าใหญ่ขึ้น 10 มม.” แต่จานบางลง จุดยึดคาลิเปอร์ที่คอม้าจึงไม่เหมือนกันอีก “ระบบสมองเกียร์” เปลี่ยนทางเดินน้ำมันใหม่ ลดความร้อนลง “ระบบโซลินอยด์เกียร์” มีตัวป้องกันให้มันขึ้นลงเฉพาะใน “แนวดิ่ง” ซึ่งรุ่นก่อนหน้าจะไม่มีตัวป้องกันนี้ ทำให้โซลินอยด์มีโอกาสเคลื่อนที่ไปจากจุดเดิม ทำให้เกียร์ทำงานไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร…
  • ศูนย์ล้อของรุ่นนี้ เดิมๆ จะเป็น Negative Camber (แคมเบอร์ลบ) เยอะหน่อย เพราะต้องการเลี้ยวโค้งที่ดี ดังนั้น จะ “กินยางด้านใน” ซึ่งหลายคนก็ตกใจ จริงๆ มันเป็นอาการปกติของรถที่มีแคมเบอร์ลบค่อนข้างเยอะ ถ้าใช้ยางแบบ Symmetric หรือ “ดอกยางแบบสมมาตร” ก็จะสามารถ “สลับยาง” ซ้ายขวาได้ แต่ต้องระวัง “ไม่ใช่รอให้ด้านในสึกหมดแล้วค่อยสลับ” เรียกว่าพอเริ่มเห็นความแตกต่าง (เน้นว่า “เริ่ม”) ก็ต้องสลับแล้ว ถ้ารอมันสึกหมดแล้วเอามาไว้ด้านนอก การเกาะถนนในทางโค้งก็จะแย่ เพราะดอกยางที่อยู่ด้านนอกจะทำหน้าที่จิกกับถนน หมดดอกเลี้ยวก็ลื่น ส่วนยางแบบ Asymmetric หรือ “ดอกยางแบบอสมมาตร” (ดอกยางด้านนอกกับด้านในไม่เหมือนกัน) อันนั้นหมดสิทธิสลับ เพราะถ้ามั่วนิ่มเอาด้านในมาไว้ด้านนอก ก็จะ “บรรลัยเกิด” จะเป็นการลดประสิทธิภาพการเกาะถนนลงมากๆ  เพราะดอกยางด้านในของยาง Asymmetric ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเกาะกับโค้งแบบเต็มที่เหมือนกับด้านนอก ต้องระวังครับ…
  • ส่วนการตั้งศูนย์ล้อ เนื่องจากร้านทั่วไปส่วนมากจะไม่มี Alignment Software ของ GT-R (ซึ่งต้อง “จ่ายตังค์” ถึงจะได้ License แต่ร้านส่วนใหญ่ก็จะอาศัย “ค่าประมาณ” เป็นหลัก แล้วลองขับดูอาการของรถ) ทาง GT Tuning เลยแก้ปัญหานี้ โดยการให้ Spec Sheet กับทางลูกค้าไป (กรณีจะไปตั้งศูนย์ล้อเอง) ก็จะมีให้เลือก 3 Choice คือ Street ตั้งแบบขับใช้งานทั่วไปเป็นหลัก หรือชอบ Shoot ทางตรงเป็นหลัก, Sport ขับขี่ทั่วไปด้วย แล้วก็ต้องการเข้าโค้งเร็วขึ้น เช่น การวิ่ง Highway หรือวิ่งในเซอร์กิตแบบ Club Race ที่ไม่โหดมาก, Racing เน้นการเข้าโค้งที่เร็วเต็มที่ ก็แล้วแต่ว่าลูกค้าจะขับแบบไหน…

06

  • ไฟรุ่น 2014 เป็นเส้นวงกลม ท่อไอเสีย AMUSE R1000 เปลี่ยนใหม่ ขนาดบ้องโต 90 มม. ที่คายไอเสียได้ “ลื่น” กว่า

Performance Test

ในอดีต คอลัมน์ Souped up Special เคยมีการทดสอบรถโมดิฟายที่นำมาลงคอลัมน์อยู่ 2 หมวด ได้แก่ “การวัดกำลัง” ก็คือ การนำกราฟ Dyno Test  มาพิจารณาถึงกำลังเครื่องยนต์ และที่สำคัญกว่านั้น คือ “นิสัยของเครื่องยนต์” ว่าสามารถทำออกมา “เหมาะสมตามวัตถุประสงค์จริงๆ หรือไม่” โดยพิจารณาจากช่วงกำลัง หรือ Power Band ทั้งแรงม้าและแรงบิด ถ้ารถคันนั้นเป็น Street Used ที่ขับถนนได้จริง Power Band ก็ควรจะ “กว้าง” ตัวเลขอาจจะไม่ต้องเยอะเวอร์ก็ได้ แต่ถ้าเป็น “รถแข่ง” ก็แล้วแต่ประเภท แต่ยังไงมันก็ต้องมี “จุดเหมาะสม” ของมันอยู่ อีกประการที่เรา “นำกลับมา” ก็คือ “การทดสอบอัตราเร่ง” แต่ก่อนเราใช้อุปกรณ์ VC3000 ซึ่งตอนนี้เราเปลี่ยนมาใช้ Drift Box เพื่อแสดงให้เห็นสมรรถนะของรถคันนั้น ซึ่งเราจะพยายามทำให้ “มีทุกครั้ง” นะครับ สำหรับผลการทดสอบของคันนี้ รับรองว่ามันส์สะใจ ลองดูเลยครับ…

 

Dyno R35 GT Tuning

Max Power : 827.96 hp @ 6,200 rpm

Max Torque : 1,064.44  Nm @ 4,600 rpm

               

ก็อย่างที่บอกแหละครับ ว่าตอนนี้ R35 สามารถเสกแรงม้าระดับ 800-1,000 PS ได้อย่างสบายแล้ว แม้ตัวเลขอาจจะไม่ได้มาก Over ไม่เถียงว่าแรงม้าระดับนี้ เครื่องยอดฮิตอย่าง 2JZ-GTE หรือ RB26DETT มันก็สามารถทำได้ แต่ขอให้ดูเรื่องของ Power Band และช่วงรอบที่สามารถทำกำลังสูงสุดได้ด้วย คันนี้จะขึ้นแยกเป็น Low boost 1.4 บาร์ กับ High boost 1.8 บาร์ นะครับ กราฟแรงม้าจะอยู่ช่องบน กราฟแรงบิดจะอยู่ช่องล่าง สเกลของกราฟ “ช่องละ 50” มาดูกราฟแรงม้ากันก่อน ตามคาดครับ ลักษณะแบบนี้เราก็คงเคยเห็นกันมาในรถของ JAY O’MAC กันแล้ว Power Band ก็จะมากว้างๆ ตามสไตล์เครื่องใหญ่ ลองดูที่ 3,000 rpm ก่อนแล้วกันครับ แรงม้าอยู่ที่ 240 hp หลังจากนี้ไป เทอร์โบเริ่ม Spool up แรงม้าก็เริ่มเดินเชิดขึ้น หลังจากช่วง 4,000 rpm ขึ้นไป High boost กราฟจะฉีกหนี Low boost อย่างชัดเจน ที่ 5,000 rpm แรงม้าออกมาถึง 750 hp แล้วครับ หลังจาก 5,500 rpm ไปถึง 7,000 rpm แรงม้าขึ้นสู่สุด Peak  และกราฟก็ยังไม่ร่วงด้วย แต่ก็ไม่ขึ้นอีก…

มาดูกราฟแรงบิดยิ่งชัดเจน ในช่วง 3,000 rpm ได้แรงบิดถึง 500 Nm แล้ว หลังจากนั้นก็เหมือนกับกราฟแรงม้า แรงบิดฉีกหนีขึ้นไปชัดเจนกว่า ช่วง 4,600 rpm แรงบิดขึ้นสู่ช่วง Peak ถึง 1,064.44  Nm !!! ทรงตัวอยู่ถึง 5,600 rpm แล้วลดลงจนเหลือ 750 Nm ที่ 7,000 rpm แต่ถ้าพิจารณากันจริงๆ แล้ว เราต้องการแรงบิดในช่วงกลางที่ “สำคัญ” เพราะเวลาเปลี่ยนเกียร์แล้วต้องการ “อัตราเร่งต่อเนื่อง” รอบจะตกลงมาที่เนิน Peak torque พอดี ตรงนี้แหละที่จะ “สร้างอัตราเร่ง” ได้อย่างรุนแรง คนทำเครื่องก็ต้องรู้ถึง “อัตราทดเกียร์” ด้วย ว่าเปลี่ยนเกียร์แล้ว รอบอยู่ตรงไหน และต้องการใช้ตรงไหนเต็มที่ สองสิ่งนี้ “สัมพันธ์” กันอย่างแน่นอน ถ้าเซตมาถูกต้อง รถก็จะมีอัตราเร่งที่ดีต่อเนื่องครับ และนี่ก็เป็นข้อได้เปรียบของ “เครื่องความจุเยอะ” ที่สามารถสร้างแรงม้าและแรงบิดได้ในรอบไม่สูงมาก มาเป็นช่วงกว้าง ทำให้การขับไม่จำเป็นต้องลากรอบสูงเพื่อเค้นแรงม้าออกมา ตรงนี้จะได้ความทนทานในระยะยาวอีกด้วยครับ ถึงเวลาที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว อ้อ ลืมบอกไป คันนี้ใช้เชื้อเพลิง E85 นะครับ…

Acceleration Graph R35 GT Tuning

Acceleration Test

0-100 km/h : 4.49 sec.

0-402 m. : 11.95 sec. @224.82 km/h

        สำหรับการขับ ผมจะให้ “เจ้าของรถ” หรือ “ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของรถ” เป็นผู้ขับในช่วงจับเวลาทุกครั้งซึ่งการทดสอบครั้งนี้ มีผู้โดยสารและคนขับ น้ำหนักรวมประมาณ 170 กก. (ไซส์ใหญ่สองหน่วย) เงื่อนไขที่ผมตั้งเป็นมาตรฐานของทุกคัน คือ “ออกตัวที่รอบเดินเบา” ไม่ใช้การเล่นรอบ หรือเปิด Launch ใดๆ ออกตัว เพราะเราไม่ได้แข่งขัน ในการออกตัวที่รอบเดินเบา จะสามารถรู้ได้ทันที ว่า “รถตอบสนองดีตั้งแต่ต้นหรือไม่” เพราะรถ Street ก็จะต้องมีการตอบสนองที่ “ต่อเนื่อง” เพื่อทำให้ “ขับง่าย” ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพิจารณาเป็นพิเศษ ไม่ได้เอาแค่อัตราเร่งเพียงอย่างเดียว สำหรับ R35 คันนี้ สามารถสร้างอัตราเร่งได้แบบ “ดุเดือด” ซึ่งดึงได้หนักหน่วงและต่อเนื่องดี จากเครื่องยนต์ VR38DETT ที่มีความจุมาก สามารถสร้างแรงบิดและแรงม้าสูงๆ ได้ที่รอบไม่สูงมากอีกด้วย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก…

อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้ในเวลาเพียง 4.49 วินาที ที่ระยะทางเพียง “50 ม.” เท่านั้น !!! เรียกว่า “ถีบออกตัว” กันเลยดีกว่า ส่วนแรง G สูงสุด ทำได้ถึง “1.18 G” ที่ความเร็ว 60 km/h เป็นช่วงที่เกียร์ 1 รอบกำลังฟาดขึ้นพอดี หลังจากนั้นแรง G ทรงตัวอยู่ที่ 0.9-0.8 G ก็ยังจัดว่าสูงอยู่ แม้จะลอยตัวเป็นช่วงกลางๆ แต่ความรู้สึกตอนนั่งก็ยัง “ดึงหนักต่อเนื่อง” คือมันไม่ได้มาหนักแบบแว้ดๆ แล้วจบนะ มันมาเหมือนเครื่องบินกำลังจะ Take Off “ดึงหนักและลึก” อะไรประมาณนั้นละครับ ผ่านหลัก 200 km/h ด้วยเวลา 10.18 วินาที ที่ระยะทาง 297 ม. ก่อนจะไปเช็กบิลที่ 402 ม. ด้วยเวลา 11.95 วินาที ความเร็ว 224.82 km/h นับว่าไม่ธรรมดาสำหรับน้ำหนักรถพร้อมคนขับ “เฉียด 2 ตัน” แถมออกตัวที่รอบเดินเบา ใช้โหมด Auto อีกต่างหาก อ้อ ลืมบอก ซึ่งตอนวิ่งเป็น Low Boost ด้วย เพราะคุยกับ “เสี่ยโต้” แล้วว่าต้องการขับแบบสนุกๆ พอแล้ว ไม่ได้เค้นเอาเป็นเอาตาย ส่วนตอนที่ผมลองขับแบบปกติ การตอบสนองก็รวดเร็ว ไม่รอรอบ ซึ่งบอกได้ว่า “มันควรจะเป็น Street Used จริงไหม” อัตราเร่งแซงก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่กดคันเร่งลึกๆ หน่อย ม้าก็ออกมาเพ่นพ่านทันที โดยไม่ต้องรอให้เสียจังหวะ ขับผ่านหลัก 200 km/h ได้แบบนิ่งๆ สบายๆ เลยยังไม่อยากคิดว่า ถ้า High Boost ที่มีแรงบิดเกิน 1,000 นิวตัน-เมตร จะเป็นยังไง…

ระบบช่วงล่างหายห่วง นิ่ง มั่นคง ไม่ว่าจะขับแบบรุนแรง หรือขับแบบปกติ การยึดเกาะทำได้ดีมาก อาการออกแข็งแต่ก็ไม่ถึงกับกระด้าง แต่ก็มี “ข้อสังเกต” อยู่อย่างหนึ่ง เมื่อเวลารถวิ่งไม่เร็วมาก ขับไหลๆ บนถนนไม่ค่อยเรียบ รถจะมีอาการ “ฉกดุ๊กดิ๊กไปมาอย่างชัดเจน” และจากประสบการณ์ที่ “เคย” ขับรถตระกูล SKYLINE หรือ GT-R (รถชาวบ้านเขาครับ ไม่ใช่รถตัวเอง) ก็จะพบอาการนี้ค่อนข้างบ่อย จนนับเป็นเรื่องปกติ แต่พอ “เร่ง” แรงสักหน่อย รถจะกลับกลายเป็น “นิ่ง” ทันที นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยิ่งรถที่ใส่ยาง Soft Compound จะยิ่งชัดเจน เข้าใจว่าการเกาะถนนมาก พอเจอลอน มันก็พยายามจะ “ดึง” ก็เลยเกิดอาการที่ว่า แต่เมื่อมี “แรงขับ” ทำให้เกิด Traction ก็จะกลับมารักษาทิศทางได้ดี ตามความคิดเห็นของผมนะครับ…

07

  • เลนส์กระจก MCR สีฟ้า แต่ถ้าเปลี่ยนมุมมองจะเป็นสีม่วง แปลกดี

Comment : GT Tuning

                สำหรับรถคันนี้ ผมก็จะทำตามแนวทางของลูกค้า คุณเฮง ก็จะชอบแต่งแบบเต็มๆ ทุกจุด โดยเน้นว่าเครื่องแรง ขับใช้งานได้ และเอกลักษณ์ของคันนี้ก็จะใช้ของดีทั้งคัน จะเป็นแนว Mix & Match หลายยี่ห้อมารวมกัน เรียกว่าชอบอันไหนก็ซื้ออันนั้น แล้วเน้นพวกของจุกจิก เก็บรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน ก็เป็นความชอบอีกแนวหนึ่ง ไม่มีอะไรมาก โดยรวมแล้วก็เป็นรถที่ครบเครื่องครับ…

 

 Comment : อินทรภูมิ์ แสงดี 

                ในแง่ของความสวยงาม คันนี้ก็จะออกแนวสะอาด เสริม Body Part  แบบลงตัว ไม่ใหญ่เกินไป เพราะ GT-R รถมันก็ใหญ่อยู่แล้ว ส่วนของต่างๆ ที่ใส่เข้าไปก็ท่วมท้น ทั้งของ Performance และของจุกจิกต่างๆ ในด้านสมรรถนะ ก็ตามที่บอกไป “แรงและใช้งานได้” ตรงนี้มันหมายถึงว่า “ใช้งานได้ไม่ลำบาก ขับง่าย” นะครับ ไม่ได้หมายความว่า “ใช้งานได้แบบฝืนและทรมาน” มันก็เป็นแนวทางของรถยุคใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคต เราจะต้องพัฒนาไปเล่นกับรถพวกนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ใหม่ๆ ก็แล้วกัน…

 

ขอขอบคุณ : “คุณเฮง” เจ้าของรถ และ “เสี่ยโต้” GT Tuning Tel. 08-5232-2116, Facebook : GT Tuning

 

08

  • ชุดยกของ ROBERUTA สามารถยกให้รถสูงขึ้นได้ สามารถสั่งการได้ด้วยรีโมต (รูปนี้ไม่จำเป็นตัดออกได้)

X-TRA Ordinary

NISSAN GT-R ตอนหลังๆ รุ่นก็ชักจะเยอะ “ทางซิ่ง” ก็มีหลายรุ่น อย่าง Spec-V, Track Pack หรือ NISMO Version etc. นอกจากนี้แล้ว ก็ยังเน้น “ตลาดหรู” (ซึ่งรู้กันอยู่ว่าตั้งแต่ SKYLINE GT-R สายพันธุ์ดั้งเดิม ก็ไม่เคยคิดที่จะทำแนวหรู) คนชอบ “หรูเว่อร์อลังการ” ก็มีเยอะเช่นกัน เลยต้องออกเวอร์ชั่น EGOIST (แปลว่า “ชอบอวด”) โดยการใช้ภายในแบบตัดเย็บสุดหรู ระดับ “เศรษฐีนิยม” มีสีสันและลวดลายแบบ “ฟรุ้งฟริ้ง” ให้เลือก และสามารถ Combination สลับสีภายในตัดกันได้ประมาณ 20 แบบ เออ “มันแปลกดีนะ” นับเป็นอีกทางเลือกของคนรักที่จะขับ GT-R แต่อยากจะ “ไฮโซ” แบบโชว์ออกงานได้ ก็สมชื่อ EGOIST นั่นแหละ…

 

Tech Spec

ภายนอก

ชุดพาร์ท : Top Secret Super GT-R

แก้มหลัง : Top Secret Super GT-R

กระจังหน้า : Top Secret GT Speed

ฝากระโปรงหน้า : Top Secret Carbon

ช่องลมแก้มหน้า : Tommy Kaira

โลโก้ GT-R : Tommy Kaira

มือเปิดประตู : Tommy Kaira

บังแดดกระจกหลัง : SEIBON

บังลมบนฝากระโปรงหลัง : JUN

กระจกมองข้าง : Top Secret

เลนส์กระจกมองข้าง : MCR

สปอยเลอร์หลัง : Aeromotions S2 Dynamic Wing

ไฟหน้า-ไฟท้าย : 2014 Spec

ไฟเลี้ยวแก้มหน้า : US Spec (Clear Orange)

 

ภายใน

พวงมาลัย : Mine’s

เกจ์วัดรอบ-วัดความเร็ว : NISMO Version

เกจ์วัดบูสต์ : GReddy Multi D/A Gauge

เบาะหน้า : RECARO SPX Cover in SPX AVANT Style

เบาะหลัง : PASSWORD JDM Carbon Cover in SPX AVANT Style

แผงลำโพงหลัง : PASSWORD JDM Carbon

โรลบาร์ : MCR 4 Points

กาบบันไดข้าง : NISSAN GT-R EGOIST

พักเท้าคนนั่ง : CARBING

 

เครื่องยนต์

รุ่น : VR38DETT

สปริงวาล์ว : HKS

แคมชาฟท์ : HKS

ลูกสูบ : HKS Forged

ก้านสูบ : HKS

ปะเก็นฝาสูบ : GReddy

เทอร์โบ : GReddy TD06-20G

เวสต์เกต : GReddy Type R

เฮดเดอร์ : GReddy

อินเตอร์คูลเลอร์ : GReddy T29 RX

ท่อร่วมไอดี : GReddy

โบล์วออฟวาล์ว : GReddy

ลิ้นผีเสื้อ : GReddy

ออยล์คูลเลอร์ : ARC

อ่างน้ำมันเครื่อง : Will All

แผ่นดักลมหม้อน้ำ : TITEK

พูลเลย์เครื่อง : South Side Performance (SSP)

ถังพักน้ำ + ถังดักไอน้ำมัน : Top Secret

หม้อพักไอเสีย : AMUSE R 1000

หัวฉีด : GReddy 1,000 C.C.

รางหัวฉีด : GReddy

ปั๊มติ๊ก : SARD

กรองอากาศ : AIRINX

คอยล์ : YELLOW JACKETS

กล่อง ECU : Syvecs with E85 Conversion kit

 

ระบบส่งกำลัง

เกียร์ : Modified by Top Secret

อ่างน้ำมันเกียร์ : HKS

ออยล์คูลเลอร์เกียร์ : GReddy

ออยล์คูลเลอร์เฟืองท้าย : HKS

 

 

ช่วงล่าง

โช้คอัพ : Top Secret Super Damper Electronic System

ชุดยก : ROBERUTA

เหล็กกันโคลง : KANSAI

ชุด Links ช่วงล่างทั้งหมด : Top Secret

ชุดดักลมเป่าเบรก : STILLEN

ล้อหน้า : ENKEI SWP SR01Mg ขนาด 10 x 20 นิ้ว

ล้อหลัง : ENKEI SWP SR01Mg ขนาด 11 x 20 นิ้ว

นอตล้อ : AMUSE Titanium

ยางหน้า : TOYO R888 ขนาด 285/40R20

ยางหลัง : TOYO R888 ขนาด 315/35R20

เบรก : ENDLESS จานหน้า 400 มม. จานหลัง 387 มม.

 

03ขอ Zoom โชว์งาน “คาร์บอน” หน่อย กระจังหน้ามีความพิเศษ เพราะของ Top Secret รุ่นนี้ ปกติจะปิดช่องลมกระจังหน้าเพื่อ “รักษาอุณหภูมิทำงานขั้นต่ำเอาไว้” เพราะวิ่งในเมืองหนาวความเร็วสูง อุณหภูมิจะ “เย็นเกินไป” ไม่ใช่เรื่องดี พอมาอยู่เมืองร้อน ก็เลยต้องเจาะและใส่ Grill เลยแปลกตาไปอีกแบบ ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนก็จะเป็นแบบ “พับได้” สั่งการด้วย “รีโมต” เวลาวิ่งเร็วๆ จะพับ เพื่อให้ลมเป่าระบายความร้อนได้เต็มๆ
04ล้อ ENKEI SWP SR01Mg ที่เป็น Magnesium สุดเบา สี Piano Black ดูผ่านๆ ก็เฉยๆ แต่ดูจริงๆ มันก็สวยแบบ “ซ่อนเร้น” ดีเหมือนกัน ที่ได้แน่ๆ คือ “น้ำหนักเบา” แล้วไง ??? มันก็ช่วย “ลดแรงต้านการหมุน” หรือ Reduce Rolling Resistance และ “ลดน้ำหนักใต้สปริง” หรือ Unsprung Weight ช่วยให้ช่วงล่างทำงานได้เร็วขึ้น รวมถึงช่วยความนุ่มนวลอีกด้วย ส่วนช่องลมข้างแก้ม จะช่วย “ระบายลมออกจากซุ้มล้อ” ซึ่งก็จะช่วยลดแรงต้านของอากาศในซุ้มล้อเวลาวิ่งเร็วๆ รวมถึงช่วยระบายความร้อนในซุ้มล้อ ที่เกิดจากระบบเบรก (กรณีวิ่งแล้วเบรกบ่อยๆ แบบรถเซอร์กิต) ออกได้อีกทางหนึ่ง
05หางหลัง Aeromotions S2 Dynamic Wing Full ของประหลาด สามารถปรับฟังก์ชันได้หลากหลาย แยกปรับระดับ “ครึ่งซ้ายและขวาแยกกันได้อิสระ” เพื่อเอาไว้เวลา “เข้าโค้ง” อยากได้แรงกดด้านไหนก็ปรับด้านนั้นกระดกขึ้น วิ่งทางตรงก็ปรับให้เท่ากันสองฝั่ง มีกล่อง ECU ควบคุมด้วยนะ สนนราคา “สามแสนกว่าบาท” เท่านั้นเอง กล้าพอก็จัดไป

09ภายในเน้นงานคาร์บอน ปุ่มสวิตช์ต่างๆ เปลี่ยนเป็นแบบ “เงา” รมดำ ทำสีโทนแดง-ดำ เพิ่มความโดดเด่น
10GReddy Multi D/A Gauge ใส่ในช่องแอร์เดิมอย่างเนียน ส่วนจอ MFCD นั้น จะมีโหมด Custom View 2 ที่แยกมาจากโหมดปกติติดรถ ซึ่งคันนี้จะต่อสัญญาณมาจากกล่อง ECU ของ Syvecs เพื่อดูฟังก์ชันพิเศษต่างๆ อย่างซ้ายสุด Water Temp ก็จะเป็น “โหมดปรับบูสต์” ซึ่งตัวเลขที่ขึ้นมาก็จะตั้งไว้เป็น “ค่าที่รู้กันเอง” ว่าอยู่โหมดไหน ส่วนช่องต่อมา Engine Oil Temp ก็ต่อเป็น “โหมดเลือกชนิดน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งคนจูนกล่อง ECU ก็จะต้องบอกคนขับ ตรงนี้สามารถปรับโหมดได้ที่สวิตช์เลือกเมนูตรงด้านขวาของพวงมาลัย
11เบาะ RECARO SPX เดิมๆ ถูกหุ้มหนังใหม่ ดำ-แดง เป็นแบบของ SPX AVANT ซึ่งเบาะจริงคู่ละหลายแสน จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนขนาดนั้น ทำในไทยก็ดูดีได้เหมือนกัน ก็เป็นแนวคิดอีกอย่างของเจ้าของรถ ส่วนเท้าแขนก็หุ้มหนังเป็นสไตล์ของ WALD ด้วยเหตุผลเดียวกัน
12ฟรุ้งฟริ้งกระดิ่งแมว กับของแต่งท่วมๆ ทั้งแรงและสวย ไม่อยากเขียน Capture มาก เดี๋ยวจะไปบดบังรูปซะ จุกแดงๆ นั้น โดนอำว่า “เติม CNG ได้ด้วย” จริงๆ แล้วมันคือ “ขั้วบวกแบตเตอรี่” ที่แยกออกมาให้สามารถ “พ่วงสายแบตได้ง่าย” กรณีต้องการความช่วยเหลือ ก็เป็นลูกเล่นแปลกๆ ดีเหมือนกัน ส่วน Logo Top Secret อันนี้ต้องทำแป้นยึดมาต่างหาก เพราะเปลี่ยนท่อไอดี GReddy มาใหม่ ไม่มีที่ติด ด้วยความเสียดาย Logo เลยติดตั้งแบบนี้แทน
13ทำช่องลมทรง NACA Duct (แบบที่ใช้ในเครื่องบินรบ) เพื่อเป่าออยล์คูลเลอร์เฟืองท้าย ซึ่งในชุดจะต้องมี “ปั๊มแรงดัน” ด้วยนะครับ เพื่อให้มีการไหลเวียนระบายความร้อนของน้ำมันอย่างสมบูรณ์ เคยเห็นบางคันใส่ออยล์คูลเลอร์เฟืองท้าย แต่ “ไม่ใส่ปั๊ม” (บ่อยด้วยแหละ) ก็ไม่มีประโยชน์อะไรนะฮ้าฟฟฟฟฟ ส่วน Links ช่วงล่าง ปีกนกต่างๆ ทั้งหมดของ Top Secret ที่ปรับมุมล้อได้มากกว่าเดิม เห็นท่อย่นๆ นั่นของ STILLEN เชียวนะ งานดูไม่ค่อยเนียน สงสัยจะเน้นใช้งานเป็นหลัก
14แผ่นดักลมคาร์บอนเป่าจานเบรก ไม่ถึงกับเป็นตัวดักนะ จริงๆ แล้ว มันเหมือน “ตัวกวักเปลี่ยนทิศทางลม” มากกว่า โช้คอัพรุ่นนี้ปรับไฟฟ้าได้ กลมๆ สีเหลืองด้านบนจะเป็นตัวยกระดับรถของ ROBERUTA ที่มาเป็น Set ของ Top Secret ที่มีข้อดี คือ “การยกรถจะไม่ไปยุ่งกับ Stroke ของโช้คอัพและสปริงเลย” แยกกันไปต่างหาก เพราะมันยกที่ตัวถังโดยตรง ช่วงล่างไม่ได้ทำงาน พอข้ามไปได้ก็ปรับลงเหมือนเดิม เป็นแนวคิดประหลาดๆ แต่ได้ผลของ “สโมคกี้ซัง” หรือ Mr. Nakata (บางที่เขียน Nagata ก็แล้วแต่นะ) เจ้าของ Top Secret ที่รู้จักกันดี

ที่มา : http://www.xo-autosport.com/site/top-secret-view-all-you-can-see-with-827-ps-by-gt-tuning/